ข้าวหอมมะลิปรับขึ้น เฉลี่ย 13,000 บาทต่อตัน ปีทองเกษตรกรขายได้ราคา แนะทยอยเก็บเกี่ยว

ข้าวหอมมะลิปรับขึ้น เฉลี่ย 13,000 บาทต่อตัน ช่วงปีทองของเกษตรกรขายได้ราคา แนะให้ทยอยเก็บเกี่ยวและชะลอไม่ให้ข้าวออกพร้อมกันเพื่อราคาให้ปรับสูงขึ้น เผยจากปัจจัยจากภัยแล้งข้าวออกน้อย

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวระหว่างการนำคณะผู้ส่งออกลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อติดตามผลผลิตข้าวนาปี 2561/62 และข้าวหอมมะลิ ในวันที่ 25-27 ตุลาคม 2561 ว่า จากการที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตข้าวในครั้งนี้พบว่าหลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง การเก็บเกี่ยวก็ล่าช้ากว่าปกติ ส่งผลให้ผลผลิตข้าวในช่วงนี้ออกมาน้อย และค่อยๆทยอยออกมาสู่ตลาด ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิราคาเฉลี่ย 13,000 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นปีทองของเกษตรกรที่จะขายข้าวได้ราคา ดังนั้น จึงต้องการให้เกษตรกรชะลอและทยอยเก็บเกี่ยวเพื่อไม่ให้ข้าวออกมาพร้อมมากกันเกินไป ซึ่งจะทำให้โรงสี ผู้ส่งออกรับซื้อไม่ไหวและจะมีผลกระทบต่อราคาข้าว ลดลง

slotxo

“การเก็บเกี่ยวข้าวในปัจจุบันรวดเร็วมากขึ้น เพราะเกษตรกรใข้รถเกี่ยวมาช่วยเก็บเกี่ยวข้าวทำให้ผลผลิตออกมาพร้อมกันมากขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ตลาดในปริมาณมาก ซึ่งต่างจากอดีตมากที่กว่าจะเก็บเกี่ยวได้แต่ละครั้งต้องใช้เวลา และนอกจากนี้ประเมินว่าข้าวเปลือกหอมมะลิในปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 7-8 ล้านตันและจะแบ่งขายในประเทศและต่างประเทศ และหากเกษตรกร ทยอยเก็บเกี่ยว และเก็บข้าวขึ้นยุ้งฉาง ค่อยๆทยอยออกสู่ตลาด เชื่อว่าในอีก 3 เดือนราคาก็จะปรับเพิ่มขึ้นก็จะทำให้เกษตรกรขายได้ราคา”

สำหรับสถารการณ์ภัยแล้งที่หลายพื้นที่ภาคอีสานประสบปัญหานั้น เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินได้ว่าผลผลิตที่ออกมานั้นจะอยู่ในปริมาณเท่าไร เนื่องจากต้องรอหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นผู้รวบรวมข้อมูลเป็นผู้ประเมินและชี้แจงตัวเลขให้รับทราบ แต่จากการสำรวจและลงพื้นที่ติดตามผลผลิตข้าวนาปี ข้าวหอมมะลิในภาคอีสาน คาดว่าผลผลิตข้าวนาปี จะมีปริมาณลดลงเมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าลดลงแต่ไม่มากเพราะพื้นที่ภัยแล้งไม่ได้กระจายทุกพื้นที่ แต่ได้รับผลกระทบบางพื้นที่เท่านั้นโดยเฉพาะพื้นที่ดอนที่จะเห็นภาพชัดเจน

xoslot

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรในช่วงที่ข้าวหอมมะลิทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ผู้ส่งออกยังได้มอบตาข่ายสำหรับตากข้าวให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อนำไปใช้เพื่อตากข้าวในการลดความชื้น เพราะหาความชื้นยิ่งน้อย ราคาข้าวที่เกษตรกร ก็จะยิ่งขายได้ราคา รวมไปถึงสนับสนุนโครงการของภาครัฐในโครงการจำนำยุ้งฉาง อีกทั้ง ก็ยังติดตามการพัฒนาพันธุ์ข้าวในพื้นที่อีกด้วย เพราะต้องยอมรับว่าขณะนี้คุณภาพและความหอมของข้าวหอมมะลิไทยลดลง ซึ่งมีผลกระทบต่อตลาดและผู้นำเข้าซึ่งชื่นชอบข้าวหอมมะลิไทย ดังนั้น จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรช่วยกันรักษาคุณภาพข้าวกัน
[ซีพีเอฟ หนุนรัฐเร่งส่งออกไข่ระบายส่วนเกิน สร้างเสถียรภาพราคาในประเทศช่วยเกษตรกร]

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ สนับสนุนมติคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) เร่งส่งออกไข่ไก่ สร้างสมดุลปริมาณกับการบริโภค หวังสร้างเสถียรภาพราคาไข่ไก่ทั้งอุตสาหกรรม ช่วยพยุงเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ลดผลกระทบจากปัญหาราคาตกต่ำ

เครดิตฟรี

นายสมคิด วรรณลุกขี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า จากภาวะราคาไข่ไก่ที่ตกต่ำ เนื่องจากการบริโภคที่ลดลงของประชาชน ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ห้างร้านต่างๆ ร้านอาหาร และตลาดบางแห่งต้องปิดทำการ การท่องเที่ยวหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาไข่ไก่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันไข่ไก่คละ ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร อยู่ที่ราคาฟองละ 2.50 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตไข่ไก่ ในไตรมาสที่ 1/2564 (มกราคม-มีนาคม) เฉลี่ยสูงขึ้นมาฟองละ 2.66 บาท และคาดว่าจะมีแนวโน้มต้นทุนที่สูงขึ้น จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งกากถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังปัญหาภาวะขาดทุนดังกล่าว ส่งผลกับเกษตรกรในทุกระดับทั้งฟาร์มเล็ก กลาง และผู้ประกอบการรายใหญ่ ภาครัฐโดยเอ้กบอร์ด จึงมีมติเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดและราคาตกต่ำ ด้วยการออกมาตราการเร่งผลักดันไข่ส่วนเกินภายในประเทศ จำนวน 100 ล้านฟอง โดยส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ (ภาคสมัครใจ) ภายในระยะเวลา 6 เดือน นับจากเดือนมีนาคม-สิงหาคม 2564 โดยใช้งบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร มาสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ จำนวน 50 ล้านบาท และให้เกษตรกรสมทบอีก 100 ล้านฟอง รวมเป็น 200 ล้านฟอง

สล็อต xo

“ซีพีเอฟในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมไข่ไก่ ยินดีให้ความร่วมมือและพร้อมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้อย่างเต็มที่ โดยการผลักดันการส่งออกในเฟสแรกรวม 60 ล้านฟอง (จำนวน 185 ตู้) บริษัทจะดำเนินการส่งออก 16 ล้านฟอง (จำนวน 50 ตู้) แม้ว่าในการส่งออกจะต้องขาดทุนถึงฟองละ 40-50 สตางค์ ก็ตาม แต่บริษัทก็ยินดี เพื่อสร้างสมดุลระหว่างปริมาณการผลิต ให้สอดคล้องกับการบริโภคของประชาชน ช่วยให้เกิดเสถียรภาพราคาไข่ไก่ทั้งอุตสาหกรรม ขอเชิญชวนผู้ประกอบการรายอื่นๆ ร่วมกันสนับสนุนโครงการนี้ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศที่ประสบปัญหาขาดทุน ทำให้มีรายได้ที่ดีขึ้น สามารถต่อยอดอาชีพเดียวที่มี ให้ก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน” นายสมคิด กล่าว