กล้วยหอมเขียวหรือกล้วยหอมคาเวชดิช

“คาเวนดิช” กล้วยหอมน้องใหม่ มากด้วยคุณค่าทางยาและโภชนาการ-เป็นกระแสที่กำลังมาแรงและได้ผลตอบรับที่ดีอย่างมากสำหรับการเริ่มหันมาปลูก “กล้วยหอมคาเวนดิช” หรือกล้วยหอมเขียวของเกษตรกรชาวไทย ที่นักวิชาการและนักลงทุนสินค้าหลายท่านหลายบริษัทมองเห็นว่าถึงเวลาผลิตกล้วยหอมสายพันธุ์ที่ในหลายประเทศนิยมบริโภคเพื่อการส่งออกดูบ้างแล้ว ที่ต้องใช้คำว่าในหลายประเทศนิยมบริโภคกันก็เพราะในคนไทยเราเองยังไม่นิยมทานเท่ากับกล้วยหอมพันธุ์อื่น ๆ ทั้งทีจริง ๆ แล้วมีประโยชน์ทางโภชนาการและมีคุณค่าทางยาอย่างดี

เครดิตฟรี


สรรพคุณทางยา
ในผลที่สุกของกล้วยนั้นช่วยทำให้การขับถ่ายค่อนข้างง่ายขึ้น ลดอาการท้องอืด ท้องแข็ง ช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวลง และในกล้วยหอมคาเวนดิชยังช่วยลดอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะ และอาการปวดท้องจากการมีประจำเดือนได้อีกด้วย ส่วนในผลดิบเองสามารถช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารได้ ลดอาการท้องเสียถ่ายไม่หยุดได้ สรรพคุณทางยาไม่ได้มีดีแค่ที่ผลเท่านั้น ในส่วนของเปลือกกล้วยด้านในยังสามารถนำมาถูเพื่อลดการอักเสบบวมแดงของผิวหนังจากการถูกยุงกัดได้อีกด้วย รวมไปถึงยังมีสรรพคุณช่วยลดอาการปวดฟันได้โดยการนำรากของต้นกล้วยมาต้มเพื่อดื่ม

สล็อต


สำหรับกล้วยหอมปลอดสารพิษย่อมให้คุณประโยชน์ทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องของการให้พลังงานแก่ร่างกายที่มี คาร์โบไฮเดรตที่เป็นแป้งที่จำเป็น น้ำตาลฟรุกโตส ซูโครส กลูโคส ที่ร่างกายต้องการเพราะสามารถช่วยให้นำไปเปลี่ยนใช้เป็นพลังงานได้ทันที มีสารแทนนินซึ่งเป็นสารที่มีความสำคัญในการต้านการเกิดของจุลินทรีย์ที่ไม่ดีในร่างกาย มีใยอาหารที่จำเป็น โปรตีน วิตามินซี บี 1 บี 2 และวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน แคลเซียม เหล็ก รวมถึงฟอสฟอรัสด้วย

สล็อตออนไลน์


ประโยชน์ต่างทางโภชนาการของกล้วย
1 แก้อาการท้องผูก สำหรับใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย และลำไส้ การกินกล้วยเป็นประจำจะช่วยได้ เนื่องจากกล้วยมีทั้งโพรไบโอติกส์ที่ช่วยผลิตแบคทีเรียชนิดดีต่อลำไส้ และกำจัดแบคทีเรียตัวร้ายต่อลำไส้ออกไป อีกทั้งในกล้วยยังมีฟรุกโตโอลิโกแซกคาไรด์ ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ที่จะช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องตัวขึ้นมาก
2 ช่วยรักษาไมเกรนอาการปวดหัวไมเกรนเป็นความทรมานสำหรับผู้ป่วยโรคนี้มาก และหากคุณมีอาการปวดหัวไมเกรนบ่อย ๆ แนะนำให้กินกล้วย จะช่วยลดอาการปวดหัวได้ เนื่องจากกล้วยอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ที่จะช่วยบรรเทา และป้องกันอาการปวดหัวไมเกรนได้
3 ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น กล้วย อุดมไปด้วยกรดอะมิโน และทริปโตเฟน สารประกอบสำคัญของการสร้างเซโรโทนินในสมอง ซึ่งเปรียบเสมือนยาระงับประสาทแบบธรรมชาติ ดังนั้นคนที่นอนหลับยาก การกินกล้วยหลังอาหารมื้อเย็น หรือก่อนนอน จะช่วยทำให้นอนหลับได้สบายขึ้น
4 ลดความอ้วนได้ดีขึ้น กล้วยมีวิตามิน B1 และ B2 คอยช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาล และไขมัน อีกทั้งยังมีคาร์โบไฮเดรตชนิดดีต่อร่างกาย มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ เมื่อกล้วยตกเข้าไปในระบบย่อยอาหารจึงดูดซับน้ำ พองตัว และช่วยทำให้ท้องรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น หากกินกล้วยในตอนเช้าจะช่วยลดความอยากของหวานได้อีกด้วย เพราะความหวานของกล้วยจะเข้าไปเติมเต็มอาการอยากของหวานชนิดต่าง ๆ ที่สำคัญความหวานของกล้วยยังปราศจากแคลอรีอีกด้วย
5 ช่วยลดความเครียดเมื่อเรารู้สึกเครียด ความดันเลือดจะพุ่งขึ้นสูงกว่าปกติ ซึ่งโพแทสเซียมที่มีอยู่ในกล้วยจะช่วยบรรเทาให้ความดันเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสงบได้ ในทางโภชนาการจึงถือว่า กล้วยเป็นยาระงับประสาทแบบธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง
6 บำรุงหัวใจ โพแทสเซียม เป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ บำรุงหัวใจให้แข็งแรง ไม่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ และกล้วยมีโพแทสเซียมอยู่สูงมาก แถมมีโซเดียมน้อย ดังนั้นกล้วยจึงเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงหัวใจ และบำรุงระบบหัวใจ และหลอดเลือด ได้ค่อนข้างสูง
7 บำรุงสายตา วิตามิน A บวกกับ เบต้าแคโรทีน และอัลฟา-แคโรทีน ที่มีอยู่ในกล้วย จะช่วยบำรุงสายตา และการมองเห็นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะป้องกันอาการตาพร่ามัว อาการมองเห็นไม่ชัดเจน เพราะกล้วยมีสรรพคุณช่วยในการบำรุงการทำงานของระบบประสาทตา
8 บำรุงกระดูก ถึงแม้กล้วยจะเป็นผลไม้ที่ไม่มีแคลเซียมเลย แต่ฟรุกโตโอลิโกแซกคาไรด์ คาร์โบไฮเดรตที่มีคุณสมบัติเหมือนไฟเบอร์ละลายน้ำได้ ที่มีอยู่ในกล้วย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบขับถ่าย และส่งเสริมให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมจากอาหารที่กินได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมไปบำรุงกระดูกเพิ่มขึ้นนั่นเอง
9 ลดอาการโรคโลหิตจาง เพราะในกล้วยมีธาตุเหล็กสูง จึงช่วยกระตุ้นร่างกายให้ผลิตเม็ดเลือดแดงคุณภาพดี ซึ่งช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางได้ และยังช่วยในกรณีที่ไม่มีแรง ให้กลับมามีกำลังได้อีกด้วย

jumboslot


การปลูกจะใช้หน่อเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนำมาชำในถุงดำที่ใส่ขุยมะพร้าวคลุกกับปุ๋ยคอก (มูลวัว) อัตรา 5:1 เพาะเลี้ยงไว้ 2 เดือน แล้วจึงนำมาลงปลูกในแปลงที่ยกร่องแบบหลังเต่า ขุดหลุมปลูก 40×40 ซม. พร้อมรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยอินทรีย์ 2 กก. ปลูกระยะห่างต่อต้น 2 เมตร x ระหว่างแถว 2.5 เมตร (300 ต้น/ไร่) ประมาณ 4 เดือนจากปลูกลงดิน กล้วยหอมเขียว “คาเวนดิช” จะแทงปลีและมีหวีครบสุดปลีใช้เวลาประมาณ 12-15 วัน ถ้าหวีสุดท้ายมีลักษณะเล็ก-ลีบ จะไว้เพียงแค่หวีที่สมบูรณ์ โดยการหักปลีและหวีที่เล็ก-ลีบ ทิ้ง เหลือไว้เพียง 1 ลูก หรือที่เรียกว่า “ลูกฮีโร่” เพื่อเป็นการ์ดป้องกันไม่ให้ก้านด้านล่างเหี่ยวแห้ง ไส้เน่าลามถึงหวีที่ต้องการ และช่วยดึงน้ำเลี้ยงและอาหารลงไปเลี้ยงถึงหวีสุดท้ายด้วย ตลอดจนมีการทยอยเด็ดเกสรทิ้งไม่ให้ทิ่มผิวลูกเป็นแผล โดยอาจใช้หนังสือพิมพ์หรือใบกล้วยรองหวีด้านล่างไว้เพื่อป้องกันยางจากเกสรหวีบนหยดใส่หวีล่าง จากนั้นห่อหวีด้วยถุงพลาสติกคลุมหวีชั้นบนไว้ 1 ชั้น เพื่อไม่ให้หวีล่างทิ่มหวีบนเป็นรอยดำ และคลุมพลาสติกที่มีรูระบายทั้งเครืออีก 1 ชั้น จนถึงวันเก็บเกี่ยว เสร็จแล้วผูกริบบิ้นไว้เป็นสัญลักษณ์สำหรับเข้าตัดเครือตามสีของริบบิ้น การทำงานจะง่ายขึ้น จากนั้นรดน้ำเว้นวัน ในช่วงฤดูแล้งปริมาณ 40 ลิตร/ชั่วโมง ใช้ระบบมินิสปริงเกลอร์ ส่วนฤดูฝนดูตามสภาพดิน การให้ปุ๋ยจะหว่านเป็นรูปเกือกม้าเฉพาะหน่อที่เลี้ยงไว้เก็บเครือเท่านั้น ไม่หว่านรอบกอ และให้เพียงเดือนละครั้ง คือ เดือนที่ 1-3 ให้ปุ๋ยสูตร 18-46-0 อัตรา 40-50 กรัม/ต้น และปุ๋ยสูตร 0-0-60 อัตรา 50 กรัม/ต้น ให้ทุกเดือน และสูตร 46-0-0 ให้ 7 เดือนแรก พร้อมกับใส่มูลไก่อัดเม็ดปีละครั้ง วนแบบนี้ไปตลอดทุกปี รวมถึงมีการฉีดยาป้องกันเพลี้ยไฟ (ไดเมโทเอต 60 ซีซี) เมื่อกล้วยแทงปลีเพื่อไม่ให้เข้าทำลายช่วงลูกเล็ก หลังจากเริ่มปลูกลงดิน ที่นี่จะเริ่มไว้หน่อลูกอีก 1 หน่อ ส่วนหน่อที่เหลือถ้าขึ้นมาจะปาดทิ้งหมด จนเมื่อตัดเครือแม่ไปแล้วให้เริ่มไว้หน่อหลานต่อ โดยให้เลือกหน่อที่ใหญ่ สมบูรณ์ และอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ชนกันเมื่อเครือออกมา พยายามให้อยู่ในละแวกกอเดียวกัน หากออกไปด้านข้างมากจะไปชนกับกออื่น อีกทั้งจะทำให้ระบบน้ำไปไม่ถึงด้วย กระทั่งครบ 12 สัปดาห์ (3 เดือน) หลังจากแทงปลีแล้ว สามารถเก็บเกี่ยวรอบแรกได้ หรือวัดจาก 3 ลูกกลางหวีที่ 2 จากด้านบน ถ้ามีขนาด 45 มิลลิเมตร ความสุกประมาณ 85% สามารถตัดเครือนั้นได้เลย และอีกไม่เกิน 5 เดือนจะตัดได้อีก

slot