ตาลโตนดลูกผสม

ตาลโตนดลูกผสม ลำต้นตรงใหญ่แข็งแรง ผลค่อนข้างใหญ่ เปลือกสีเหลืองอมดำ ใน 1 ผลมี 2-3 เมล็ด ให้ผล 15-30 ผลต่อทะลาย
ตาล หรือ ตาลโตนด หรือ โหนด ในภาษาใต้ เป็นปาล์มที่แข็งแรงมากชนิดหนึ่ง และเป็นปาล์มที่แยกเพศกันอยู่คนละต้น ต้นสูงถึง 40 เมตร และโตวัดผ่ากลางประมาณ 60 เซนติเมตร ลำต้นเป็นเสี้ยนสีดำแข็งมาก แต่ไส้กลางลำต้นอ่อน บริเวณโคนต้นจะมีรากเป็นกลุ่มใหญ่ ใบเหมือนพัดขนาดใหญ่ กว้าง 1 – 1.5 เมตร มีก้านเป็นทางยาว 1 – 2 เมตร ขอบของทางของก้านทั้งสองข้าง มีหนามเหมือนฟันเลื่อยสีดำแข็ง ๆ และคมมาก โคนก้านแยกออกจากกันคล้ายคีมเหล็กโอบหุ้มลำต้นไว้

เครดิตฟรี

ช่อดอกเพศผู้ใหญ่ รวมกันเป็นกลุ่มคล้ายนิ้วมือ เรียกว่านิ้วตาลแต่ละนิ้วยาวประมาณ 40 เซนติเมตร และโตวัดผ่า กลางประมาณ 1.5 – 2 เซนติเมตร โคนกลุ่มช่อจะมีก้าน ช่อรวมและมีกาบแข็ง ๆ หลายกาบหุ้มโคนก้านช่ออีกทีหนึ่ง ช่อดอกเพศเมียก็คล้าย ๆ กัน แต่นิ้วจะเป็นปุ่มปม ปุ่มปมคือดอกที่ติดนิ้วตาล ดอกหนึ่ง ๆ โตวัดผ่ากลางประมาณ 2 เซนติเมตร และมีกาบแข็ง ๆ หุ้ม แต่ละดอก กาบนี้จะเติบโตไปเป็นหัวจุกลูกตาลอีกทีหนึ่ง ผลกลมหรือรูปทรงกระบอกสั้น ๆ โตวัดผ่ากลางประมาณ 15 เซนติเมตร ผลเป็นเส้นใยแข็งเป็นมัน มักมีสีเหลืองแกมดำคล้ำเป็นมันหุ้มห่อเนื้อเยื่อสีเหลืองไว้ภายใน ผลหนึ่ง ๆ จะมีเมล็ดใหญ่แข็ง 1 – 3 เมล็ด

สล็อต

ต้นตาลตัวผู้จะมีลักษณะที่แตกต่างจากต้นตาลตัวเมียเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้นตาลตัวผู้จะออกงวงเป็นช่อ ไม่มีผล ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “จั่น” ถ้าการเวียนของทางใบวนไปทางซ้ายมือจะเป็นตาลตัวผู้ ต้นตาลตัวผู้จะสังเกตจาก ใบและงวง เพราะถือเป็นเอกลักษณ์ของต้นตาลตัวผู้อย่างชัดเจน ส่วนต้นตาลตัวเมียนั้นจะมีลักษณะ การเรียงตัวของทางใบ ถ้ามีการเรียงตัววนไปทางขวามือจากบริเวณโคนไปสู่ยอดจะเป็นต้นตาลตัวเมีย แต่ที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ต้นตาลตัวเมียจะต่างจากต้นตาลตัวผู้ตรงที่ต้นตาลตัวเมียจะมีลูกเป็นช่อ ๆ หรือชาวบ้านเรียกว่า “ทะลายตาล”

สล็อตออนไลน์

การปลูกตาลโตนด
ตาลโตนดขึ้นได้ในดินทุกชนิด และทนแล้ง ทนน้ำท่วม จึงสามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศ วิธีการเพาะทำได้โดยนำเมล็ดแก่มาฝังดินลึกประมาณ 10 ซม. กล้าจะเริ่มงอกหลังจากนั้น 2-3 เดือน ตาลโตนดเป็นไม้โตช้า โดยเฉลี่ยจะให้ผลครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 12-15 ปี โดยขณะนั้นต้นจะสูงเพียง 4-5 เมตร
ระยะปลูก อาจปลูกตามคันนา หรือหากปลูกเป็นสวน ใช้ระยะปลูก 6×6 เมตร ถึง 8×8 เมตร

jumboslot

ประโยชน์ของตาลโตนด
ช่อดอกตัวผู้ (งวงตาล) และช่อดอกตัวเมีย (ปลีตาล) ให้น้ำหวานที่เรียกว่าน้ำตาลสด สามารถนำมาบริโภคได้ และถ้าเคี่ยวก็จะได้น้ำตาลรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำผึ้ง น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลปึก น้ำตาลแว่น น้ำตาลผง
ผลตาลอ่อนมาก ๆ เนื้อผลด้านติดขั้วเรียกว่า “หัวตาล” นำมาปอกเปลือกเอาเฉพาะเนื้อใน ใช้แทนผักจิ้มน้ำพริก และทำแกงคั่ว เรียกว่า “แกงหัวตาล”
ผลตาลที่แก่ขึ้น จะมีเมล็ดอยู่ข้างใน เรียกว่า “ลูกตาลสด” ใช้รับประทานสด ๆ หรือนำไปลอยแก้ว ใส่น้ำเชื่อม
ผลแก่ส่วนเนื้อของลูกตาลมีสีเหลืองสด นำมาคั้นเอาเส้นใยออกจะได้สารสีเหลืองที่เรียกว่า “แคโรทีนอยด์” นำไปใช้แต่งสีในอาหารและขนมต่าง ๆ ได้เช่น ขนมตาล เค็ก ไอศครีม ฯลฯ
เมล็ดลูกตาล หากนำมาเพาะ พอเริ่มงอก เนื้อในเมล็ดจะเปลี่ยนเป็นจาวตาล ใช้เชื่อมกับน้ำหวาน เป็นจาวตาลเชื่อม หรือจะนำไปทำเป็นแกงส้มก็ได้
ใบตาล ที่ร่วงแล้วสามารถนำมามุงหลังคาบ้าน หรือใช้ทำพัดขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “ตาลปัตร”
ลำต้น ก้านใบ ทางตาล ทำเฟอร์นิเจอร์ ลอกท้องใบสดของทางก้านใบ มาควั่นทำเชือกที่เหนียวดีมาก
เส้นใย ใช้ทำกระดาษ แปรง ไม้กวาด และเชือก
เปลือกหุ้มเมล็ดตาล ใช้เป็นเชื้อเพลิง ทำถ่าน หรือถ่านกัมมันต์ คุณภาพดี
น้ำส้มสายชูหมัก น้ำตาลสดที่ได้จากตาลโตนดสามารถนำมาหมักเป็นน้ำส้มสายชู ที่มีรสชาติกลมกล่อม นิยมใช้ประกอบอาหารพื้นบ้านในภาคใต้
น้ำตาลโตนด น้ำตาลเพื่อสุขภาพ
น้ำตาลโตนด ถือเป็นน้ำตาลที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง เนื่องจากเป็นน้ำตาลที่มี ค่า Glycemic Index (GI) ต่ำ ค่า GI เป็นค่าที่บอกผลกระทบของอาหารที่บริโภคต่อน้ำตาลในกระแสเลือด ซึ่งหากสูง หมายถึงอาหารที่บริโภค ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดสูง ซึ่งไม่ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน หรือแม้แต่คนปกติ อีกทั้งยังมี วิตะมินและแร่ธาตุอื่นๆ เช่น วิตะมิน บี โดยเฉพาะ ฺB12 ในปริมาณสูง แร่ธาตุ เช่น เหล็ก โพแตสเซียม แมกนีเซียม และธาตุอาหารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

slot