กล้วยนิ้วจระเข้

ชื่อสามัญ Plantain
ชื่อพ้อง นิ้วนาง นิ้วจรเข้
ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa (AAB group) “Kluai Niu charache”
แหล่งที่พบ แถบภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ลักษณะทั่วไป
ต้น ลำต้นสูง 2.5 – 3 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร กาบลำต้นมีสีเขียวเข้มเป็นมัน มีนวล ก้านใบมีสีเขียวอ่อน ร่องก้านใบเปิด
ใบ ก้านใบสีเขียวอ่อน ร่องก้านใบเปิด
ดอก ปลีมีสีม่วงเข้ม ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ปลายแหลม
ผล เครือหนึ่งมีประมาณ 10 หวี หวีหนึ่งมี 15 – 20 ผล ผลยาวเรียวผลจะเบียดกันแน่น ลักษณะโค้งงอ มีจุดผลชัดเจน เมื่อสุกจะมีสีเหลืองเข้ม เนื้อจะมีสีเหลือง กลิ่นฉุน

เครดิตฟรี

กล้วยชนิดนี้ เป็นพันธุ์โบราณพันธุ์หนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในเขตอัมพวา นิยมปลูกเฉพาะถิ่นกันมาช้านานแล้ว มีลักษณะแปลกคือ รูปทรงของผลจะเล็กยาวดูคล้ายนิ้วจระเข้มาก จึงถูกเรียกชื่อตามลักษณะว่า “กล้วยนิ้วจระเข้” เพราะติดเครือขนาดใหญ่นั่นเอง ส่วนรสชาติของ “กล้วยนิ้วจระเข้” จะหวานหอมเหมือนกับรสชาติกล้วยหอมทั่วไป แต่จะไม่หวานมากนัก ปัจจุบันมีผู้ขยายพันธุ์นำเอาหน่อและต้นของ “กล้วยนิ้วจระเข้” ออกวางขาย จึงแนะนำให้รู้จักอีกตามระเบียบ
กล้วยนิ้วจระเข้ จัดเป็นกล้วยในกลุ่มที่เป็นพันธุ์ของกล้วยป่า หรือพันธุ์ที่ได้กลายพันธุ์ไปจากพันธุ์แท้แต่ยังมีลักษณะพันธุ์แท้อยู่มาก มีลำต้นเทียม สูง 2.5-3 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นประมาณ 15 ซม. กาบลำต้นด้านนอกสีชมพูอมแดง มีปื้นดำ ด้านในสีชมพูอมแดง

สล็อต

ก้านช่อดอกมีขน ใบประดับปลีรูปไข่ค่อนข้างยาว ม้วนงอขึ้น ปลายแหลม ด้านบนเป็นสีแดงอมม่วง ด้านล่างสีแดงซีด เครือหนึ่งมี 7–8 หวี หวีหนึ่งมีผล 10–16 ผล ผลมีรูปทรงกลมเล็ก โตประมาณกล้วยเล็บมือนาง แต่จะมีความยาวกว่าถึงสองเท่า และรอบผลจะมีเหลี่ยมสันสี่สันแต่ละผลเรียงกันเป็นระเบียบ และ ผลจะชี้ตรงตั้งฉากกับเครือทำให้ดูคล้ายนิ้วของจระเข้ตามที่กล่าวข้างต้น
ผลดิบ เป็นสีเขียว เมื่อสุกเป็นสีเหลือง รสชาติหวานหอมเหมือนกับรสชาติของกล้วยหอมทั่วไป จะมีความหวานน้อยกว่า เนื้อสุกไม่เละ รับประทานอร่อยมาก ในสมัยโบราณนิยมปลูก “กล้วยนิ้วจระเข้” เพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือนเท่านั้น ไม่นิยมปลูกเพื่อเก็บผลขายเหมือนกล้วยหอม หรือกล้วยน้ำว้า ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ

สล็อตออนไลน์


การปลูก
การเตรียมดิน

  • วิเคราะห์ดิน เพื่อประเมินค่าความอุดมสมบูรณ์ของธาตุอาหารพืชในดิน และความเป็นกรดด่างของดิน ปรับสภาพดินตามคำแนะนำก่อนปลูก
  • ไถพรวน ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน เพื่อลดการระบาดของศัตรูพืช
  • คราดเก็บเศษวัชพืชออกจากแปลง
    ฤดูปลูก
  • ช่วงเวลาการปลูก ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ประมาณเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน
    วิธีการปลูก
  • ปลูกด้วยหน่อใบแคบที่มีความสมบูรณ์ดี
  • เตรียมหลุมปลูกขนาด 50x50x50 เซนติเมตร
  • รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกอัตรา 5 กิโลกรัมต่อหลุม คลุกเคล้ากับหน้าดินรองก้นหลุมปลูกถ้ามีการไว้หน่อ (ratoon) เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อไปอีก 1-2 รุ่น ควรรองก้นหลุมด้วย หินฟอสเฟต อัตรา 100-200 กรัม/หลุม
  • ระยะปลูก (1.5-1.75) x2 เมตร เป็นการปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเพียงครั้งเดียว แล้วรื้อปลูกใหม่ 2×2เมตรเป็นการปลูกสำหรับไว้ตอหรือหน่อ (ratoon) เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตของหน่อ (ratoon) อีก 1-2 รุ่น
  • การปลูก วางหน่อพันธุ์ที่หลุมปลูกให้ลึก 25-30 เซนติเมตร โดยจัดวางหน่อพันธุ์ให้ด้านที่ติดกับต้นแม่อยู่ในทิศทางเดียวกัน กลบดินลงหลุมปลูกและกดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

jumboslot


ประโยชน์
1 แก้อาการท้องผูก สำหรับใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย และลำไส้ การกินกล้วยเป็นประจำจะช่วยได้ เนื่องจากกล้วยมีทั้งโพรไบโอติกส์ที่ช่วยผลิตแบคทีเรียชนิดดีต่อลำไส้ และกำจัดแบคทีเรียตัวร้ายต่อลำไส้ออกไป อีกทั้งในกล้วยยังมีฟรุกโตโอลิโกแซกคาไรด์ ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ที่จะช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องตัวขึ้นมาก
2 ช่วยรักษาไมเกรนอาการปวดหัวไมเกรนเป็นความทรมานสำหรับผู้ป่วยโรคนี้มาก และหากคุณมีอาการปวดหัวไมเกรนบ่อย ๆ แนะนำให้กินกล้วย จะช่วยลดอาการปวดหัวได้ เนื่องจากกล้วยอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ที่จะช่วยบรรเทา และป้องกันอาการปวดหัวไมเกรนได้
3 ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น กล้วย อุดมไปด้วยกรดอะมิโน และทริปโตเฟน สารประกอบสำคัญของการสร้างเซโรโทนินในสมอง ซึ่งเปรียบเสมือนยาระงับประสาทแบบธรรมชาติ ดังนั้นคนที่นอนหลับยาก การกินกล้วยหลังอาหารมื้อเย็น หรือก่อนนอน จะช่วยทำให้นอนหลับได้สบายขึ้น
4 ลดความอ้วนได้ดีขึ้น กล้วยมีวิตามิน B1 และ B2 คอยช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาล และไขมัน อีกทั้งยังมีคาร์โบไฮเดรตชนิดดีต่อร่างกาย มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ เมื่อกล้วยตกเข้าไปในระบบย่อยอาหารจึงดูดซับน้ำ พองตัว และช่วยทำให้ท้องรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น หากกินกล้วยในตอนเช้าจะช่วยลดความอยากของหวานได้อีกด้วย เพราะความหวานของกล้วยจะเข้าไปเติมเต็มอาการอยากของหวานชนิดต่าง ๆ ที่สำคัญความหวานของกล้วยยังปราศจากแคลอรีอีกด้วย
5 ช่วยลดความเครียดเมื่อเรารู้สึกเครียด ความดันเลือดจะพุ่งขึ้นสูงกว่าปกติ ซึ่งโพแทสเซียมที่มีอยู่ในกล้วยจะช่วยบรรเทาให้ความดันเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสงบได้ ในทางโภชนาการจึงถือว่า กล้วยเป็นยาระงับประสาทแบบธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง
6 บำรุงหัวใจ โพแทสเซียม เป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ บำรุงหัวใจให้แข็งแรง ไม่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ และกล้วยมีโพแทสเซียมอยู่สูงมาก แถมมีโซเดียมน้อย ดังนั้นกล้วยจึงเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงหัวใจ และบำรุงระบบหัวใจ และหลอดเลือด ได้ค่อนข้างสูง

slot