ชมพู่แก้มแหม่ม

ชมพู่แก้มแหม่ม ผลเล็กรูปทรงระฆังแป้น ผลมีสีชมพูอมขาว กลีบดอกมีสีขาวอมเขียว รสหวานน้อย แต่มีกลิ่นหอมคล้ายดอกกุหลาบ เนื้อผลมีสีขาว เนื้ออ่อนนุ่ม มีไส้ด้านในเป็นปุย ไม่ค่อยมีเมล็ด

เครดิตฟรี

ถิ่นกำเนิด และการแพร่กระจาย
ชมพู่หลายชนิดมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย แล้วค่อยแพร่กระจายเข้าสู่ประเทศในเขตร้อนชื้นต่าง โดยเฉพาะแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วย ปัจจุบัน ชมพู่พบปลูกในทุกภาค โดยมีแหล่งปลูกที่สำคัญได้แก่ นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี และสมุทรสาคร
การใช้ชื่อสกุลชมพู่
ในประเทศไทยใช้ชื่อสกุล Eugenia กับพืชสกุลชมพู่มาตลอด ต่อมา E.D.Merrillและ L.M. Perry (ค.ศ.1938) นักพฤกษศาสตร์รุ่นใหม่ได้ศึกษารายละเอียดลักษณะต่างๆ เพิ่มขึ้น และได้ให้เหตุผลที่แยกเอาสกุล Syzygium ออกจากสกุล Eugenia โดยใช้ลักษณะของเปลือกหุ้มเมล็ดที่ติดกับเปลือกหุ้มผลอย่างหลวมๆ และมีใบเลี้ยง 2 อัน ที่เห็นชัดประกบกันอยู่ตรงกลาง มีลำต้นส่วนล่างใบเลี้ยงแทรกอยู่ตรงกลาง ปัจจุบันหลายประเทศมีการใช้ Syzygium แทน Eugenia แต่ในประเทศไทยใช้ Eugenia อยู่

สล็อต

ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้นลำต้นมีความสูงประมาณ 5-20 เมตร เปลือกลำต้นเรียบหรือขรุขระ มีสีน้ำตาลหรือเทา มักแตกกิ่งก้านสาขาบริเวณใกล้กับโคนต้น
  • ใบใบชมพู่ออกเป็นใบเดี่ยว เรียงตัวแบบตรงกันข้าม ใบหนาผิวด้านหลังใบเป็นมันสีเขียวเข้ม และมักเจือด้วยสีแดงหรือม่วง
  • ดอก ดอกชมพู่เป็นช่อตามชอกใบ สีดอกแตกต่างกันไปตามพันธุ์อาจจะเป็นสีขาว เหลือง ชมพูหรือแดง ชั้นกลีบเลี้ยงมีจานวน 4-5 กลีบ และอยู่ติดกันเป็นรูปถ้วย ชั้นกลีบดอกมีจานวน 4-5 กลีบ เมื่อดอกบานชั้นกลีบดอกจะหลุดร่วงเป็นแผงคล้ายหมวก เกสรตัวผู้มีจำนวนมากมาย และอับเกสรสีทองอยู่ที่ปลายดอกการออกดอกในประเทศไทยพอจัดได้รุ่นใหญ่ 2 รุ่น รุ่นแรกเริ่มประมาณตุลาคม-พฤศจิกายน รุ่นที่สองเริ่มประมาณกุมภาพันธ์-มีนาคม
  • ผล และเมล็ด ผลชมพู่มีลักษณะคล้ายระฆัง ที่ปลายผลมีชั้นของกลีบเลี้ยงรูปถ้วยติดอยู่ตลอด เนื้อ สี รูปร่าง ขนาด และรสชาติแตกต่างกันตามพันธุ์ ส่วนเมล็ด มีตั้งแต่ 1-5 เมล็ด หรืออาจไม่มีเมล็ดแล้วแต่พันธุ์ชมพู่

สล็อตออนไลน์

การปลูกชมพู่
การเพาะขยายพันธุ์สามารถได้หลายวิธี อาทิ การเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง และการเสียบยอด และที่นิยมปลูก คือ การปลูกด้วยต้นพันธุ์จากการตอนกิ่ง และการเสียบยอด เพราะสามารถให้ผลผลิตเร็ว และลำต้นไม่สูงมากนัก ส่วนการปลูกจากต้นกล้าเพาะเมล็ดก็ทำได้เช่นกัน แต่ไม่ค่อยนิยมนัก เพราะกว่าจะติดผลต้องใช้เวลานาน 4-6 ปี
การตอนกิ่ง เริ่มจากคัดเลือกกิ่งที่ต้องการตอน โดยคัดเลือกกิ่งที่แข็ง ขนาดกิ่งประมาณนิ้วชี้ถึงนิ้วหัวแม่มือ เปลือกกิ่งมีสีเขียวอมน้ำตาล จากนั้น ใช้มีดตัดควั่นรอบกิ่งเป็น 2 รอย ที่ระยะห่างประมาณ 2-3 เซนติเมตร หรือเท่ากับเส้นรอบวงของกิ่ง จากนั้น ลอกเปลือกออก แล้วใช้มีดขูดเยื่อที่ผิวแก่นของกิ่งออกให้หมดจนถึงเนื้อไม้ แล้วนำถุงพลาสติกที่บรรจุด้วยขุยมะพร้าวชุ่มน้ำ ด้วยการผ่าถุงตามแนวขวางให้ลึกเกือบถึงขอบอีกด้าน และแบะถุงก่อนนำถุงมาหุ้มทับบริเวณรอยกรีดให้มิด ก่อนจะใช้เชือกฟางรัดเป็น 2 เปลาะให้แน่น ทั้งนี้ หลังจากการตอนแล้ว 30 – 45 วัน รอยแผลของกิ่งตอนจะเริ่มมีรากงอก และหลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน รากจะเริ่มแก่เป็นสีน้ำตาลจึงค่อยตัดกิ่งลงปลูกในแปลงหรือปลูกดูแลในถุงเพาะเพื่อจำหน่ายต่อไป
การเสียบยอดการเสียบยอดจะใช้วิธีเพาะเมล็ดเพื่อให้ต้นเติบโตก่อน โดยดูแลให้ต้นโตสักประมาณนิ้วชี้เพื่อใช้เป็นต้นตอ หลังจากนั้น ตัดต้นตอ ซึ่งอาจหลังปลูกลงแปลงแล้วหรือตัดขณะที่ยังอยู่ในถุงเพาะชำ แล้วค่อยตัดกิ่งชมพูที่มีขนาดเท่ากันมาเสียบยอดเป็นต้นใหม่
การทาบกิ่ง การขยายพันธุ์แบบนี้ ยังไม่นิยมมากนัก เพราะใช้สำหรับต้นที่ต้องปลูกมาหลายปีที่แตกกิ่งบ้างแล้ว แต่มีข้อดีที่สามารถทำให้มีชมพู่หลายชนิดรวมอยู่บนต้นเดียวกันได้

jumboslot

ประโยชน์ของชมพู่
1 ชมพู่มีสรรพคุณเป็นยาลดน้ำหนักธรรมชาติ ที่ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีมากๆ เพราะชมพู่นั้นเป็นผลไม้ที่ฉ่ำน้ำจึงทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว มีแคลอรีต่ำมาก หากใครที่อยากลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหารก็อย่าพลาดที่จะลิ้มลองชมพู่เป็นประจำ
2 ประโยชน์ของชมพู่ช่วยให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น จากที่เกริ่นไปแล้วในข้างต้นว่าชมพู่สดมีใยอาหารที่ละลายน้ำได้และละลายน้ำไม่ได้ จึงทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างสมดุล ไม่มีปัญหามาให้กวนใจ
3 ชมพูมีสรรพคุณป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ จากการวิจัยพบว่าการกินชมพู่สดเป็นประจำยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมถึงโรคเกี่ยวกับหัวใจ ทำให้หัวใจแข็งแรง
4 ชมพู่มีวิตามินซีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถช่วยในการฟื้นฟูร่างกายจากอาการไข้และรักษาโรคหวัด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
5 ชมพู่มีไลโคพีน (Lycopiene) คือรงควัตถุสีแดงที่มีความสำคัญในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีอยู่ในผลไม้ไม่กี่ชนิดเท่านั้นนะ
6 ประโยชน์ของชมพู่ช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ ยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหารได้
7 ชมพู่มีวิตามินเอก็ไม่น้อยเลย จึงช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับสายตาได้ดี และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสายตาให้ดีขึ้น
8 ชมพูมีสรรพคุณลดไข้ แก้ท้องเสียได้ ตามตำรับยาแผนไทย หากนำชมพู่มาทำให้แห้งแล้วบดไว้เป็นยากินสำหรับใช้บำรุงร่างกายได้ ส่วนเมล็ดก็ใช้เป็นยาบรรเทาอาการท้องเสีย และใบก็ช่วยลดไข้ได้ด้วย
9 ชมพู่มีสรรพคุณบำรุงผิวพรรณ ช่วยในการสร้างคอลลาเจนที่มีความสำคัญต่อการดูแลผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณกระชับเต่งตึง และรักษาบาดแผลตามร่างกาย
10 ชมพู่อุดมด้วยแคลเซียมและแมกนีเซียม ที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้อาหารเสริมมาเป็นตัวช่วย
11 ชมพู่สดยังมีสรรพคุณทางยา รวมทั้งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของผลชมพู่ ที่จะช่วยบำรุงกำลัง ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย โดยเฉพาะช่วยบำรุงหัวใจได้มาก
12 ชมพู่มีประโยชน์ช่วยเพิ่มความสดชื่น เพราะเนื้อชมพู่สดมีน้ำค่อนข้างมาก จึงช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง บำรุงให้ผิวสวยสดใส หรือจะนำมาปั่นเป็นน้ำผลไม้ดื่มก็ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ตลอดทั้งวัน และแก้กระหายน้ำได้ดี

slot